เมื่อได้ยินชื่อ Joker: Folie À Deux ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นก็คือความตื่นเต้นและความกังวลอยู่ไม่น้อย ใครที่เคยหลงใหลในความเข้มข้นดาร์ก ๆ ของ โจ๊กเกอร์ ภาคแรก ที่นำแสดงโดย Joaquin Phoenix ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของปี 2019 ก็คงจะหวังว่าการกลับมาครั้งนี้ จะมีอะไรที่ “จัดจ้าน” ไม่แพ้กัน แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อโจ๊กเกอร์กลับมาในรูปแบบของ “มิวสิคัล” ที่พล็อตกลับทำให้แฟน ๆ ถึงกับอึ้งและพูดไม่ออก? วันนี้เรามาลองเจาะลึกกันในรีวิวนี้กันเลย!

Lifestyle Asia rating: 2.5/5
ประเภท: เป็นหนังแนว จิตวิทยาดาร์ก ที่พยายามจะผสมผสานกับ ละครเพลง ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าทำคนดูหลายคนช็อค! โดยเฉพาะการที่ภาคนี้เน้นเรื่องราวของ อาร์เธอร์ เฟล็ค และคู่หูของเขา ฮาร์ลีย์ ควินน์ ที่ดูเหมือนจะพยายามสร้างความรักบนความบ้าคลั่ง
นักแสดงนำ:
Joaquin Phoenix รับบทเป็น Arthur Fleck
Lady Gaga รับบทเป็น Lee Quinzel
Brendan Gleeson รับบทเป็น Jackie Sullivan
Catherine Keener รับบทเป็น Maryanne Stewart
Bill Smitrovich รับบทเป็น Judge Herman Rothwax
ผู้กำกับ: Todd Phillips
เวลา: 2 ชั่วโมง 18 นาที
ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 2 ตุลาคม 2567

เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้
สิ่งที่น่าชื่นชมในภาคนี้คือความใส่ใจในงาน ถ่ายภาพ และ การออกแบบฉาก ที่สวยงาม ตระการตา เหมือนกำลังดูงานศิลปะบนจอใหญ่ แม้เนื้อเรื่องจะไม่ค่อยไปไกลเท่าที่หวังไว้ แต่การใช้ IMAX ทำให้เรารู้สึกถึงความลึกซึ้งของเมืองก็อตแธม และการตีแผ่จิตใจที่ซับซ้อนของอาร์เธอร์นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นที่ยังคงไว้ได้ดี
เราไม่ชอบตรงไหน
สำหรับเราที่เป็นแฟนภาคแรก สิ่งที่น่าผิดหวังในภาคนี้คือ เนื้อเรื่องที่ ไม่เพิ่มอะไรใหม่ให้กับจักรวาล แนวคิดในการทำให้ภาคต่อเป็นละครเพลงไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง รูปแบบของเพลงทำให้เสียอารมณ์ความดิบของภาคแรกไปเยอะมาก และถึงแม้ว่า ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ผู้กำกับ จะพยายามใส่เอกลักษณ์และสัญลักษณ์เยอะเกินไปจนทำให้หนังเสียมิติเดิมที่เคยมี
เนื้อเรื่องย่อ
เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น 2 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Joker ภาคแรก โดยเล่าเรื่องของ Arthur Fleck (Joaquin Phoenix) ที่โรงพยาบาล Arkham State ในขณะที่เขากำลังรอการพิจารณาคดีสำหรับอาชญากรรม ที่เขาทำไว้ในภาพยนตร์ภาคก่อน ระหว่างที่อยู่ใน Arkham เขาได้พบกับ Lee Quinzel (Lady Gaga) และพวกเขาก็พัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองในฐานะ “Joker” และ “Harley Quinn”
เมื่อโจ๊กเกอร์กลายเป็นละครเพลงที่ไม่ “ว้าว”
การกลับมาของโจ๊กเกอร์: คาดหวังหรือควรหยุดไว้ที่ภาคแรก

เมื่อได้ยินว่ากำลังจะมี Joker: Folie À Deux สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในใจเราคือความสงสัยและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน! เรารู้กันดีว่าภาคแรกของ Joker กลายเป็นปรากฏการณ์ทางภาพยนตร์ มันทำให้เรามองเห็นโลกของ อาร์เธอร์ เฟล็ค ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน มันคือหนังที่เล่นกับจิตวิทยา เล่นกับความรู้สึกของผู้ชมแบบเต็ม ๆ ตั้งแต่ความเหงา ความเศร้า และการแตกแยกของจิตใจ Joaquin Phoenix กับการแสดงที่ทรงพลังทำให้เรารู้สึกได้ถึงความบ้าคลั่งที่สะท้อนจากภายใน
แต่พอมาถึงภาคนี้ ความรู้สึกกลัวว่า “พวกเขาจะทำมันดีเท่าภาคแรกได้ไหม?” ก็เกิดขึ้น และจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเอาไว้ เมื่อเราคิดถึงโจ๊กเกอร์ เราจะนึกถึงความเข้มข้นดาร์ก ๆ ของเขา การเปลี่ยนแปลงในภาคนี้ที่จะทำให้เป็น มิวสิคัล ทำให้ความขลังแบบดิบ ๆ ของตัวละครและหนังเรื่องนี้ลดน้อยลงไป บอกตามตรง เรารู้สึกเหมือนกำลังดู โจ๊กเกอร์ที่สูญเสียความดิบเถื่อน ไป ทำให้หนังมันดูเหมือน “ละคร” มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เราหลงรักในภาคแรก
ไม่ผิดหรอกที่หนังต้องมีการพัฒนา แต่บางครั้งการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปอาจทำให้หนังสูญเสียตัวตนเดิมไป และเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงที่อาจไม่จำเป็นเลยก็ได้!
