
ในโลกปัจจุบัน มีวิวัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องฉายภาพ/โปรเจคเตอร์ มากมาย เนื่องจากโปรเจคเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนสำคัญสำหรับการใช้งานในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การนำเสนอ การแถลงข่าว รวมถึงการรับชมภาพยนตร์ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนั้นสามารถมองเห็นและรับชมภาพที่ต้องการนำเสนอไปพร้อมกันได้อย่างทั่วถึง โดยร้านโปรเจคเตอร์ 108 ได้นำเอาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน

โปรเจคเตอร์คืออะไร
สำหรับโปรเจคเตอร์ (Projector) เป็นอุปกรณ์ในส่วน Output ที่มีหน้าที่ในการรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น Blu-Ray เพื่อสร้างภาพขึ้นมาฉายไปยังหน้าจอ กำแพง หรือพื้นผิวอื่น ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการ โดยพื้นผิวที่ฉายจะต้องมีผิวเรียบเนียนและมีโทนสีที่อ่อน เพื่อให้ภาพที่ถูกฉายออกมามีความคมชัด สดใส และไม่ทำให้สีของพื้นผิวทำให้ภาพเกิดความผิดเพี้ยน โดยในปัจจุบันโปรเจคเตอร์มีหลายรูปแบบ ทั้งการใช้งานนำเสนอภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว
7 วิธีเลือกซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับจอโปรเจคเตอร์กันไปแล้วว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในการรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่น Blu-Ray เพื่อประมวลผลและส่งภาพขึ้นฉายไปยังจอ กำแพง หรือพื้นผิวต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการ ต่อมาไปดูกันว่าเทคนิคการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์กันบ้างกับ 6 วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด
1. เลือกเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ให้ตรงกับการใช้งาน
สิ่งสำคัญอันดับแรกในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน คือการที่ต้องรู้วัตถุประสงค์ในการใช้งานของตัวเอง เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วโปรเจคเตอร์ถูกนำมาใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งการดูหนัง นำเสนองาน และพกพา ซึ่งโปรเจคเตอร์ในแต่ละแบบก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน หากคุณต้องการโปรเจคเตอร์เพื่อดูหนังก็ต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพของภาพ ความ Contrast และสีสันของภาพที่แสดงออกมา รวมทั้งความละเอียดของภาพเพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ ส่วนใครที่ต้องการนำโปรเจคเตอร์ใช้ในการนำเสนองานต้องเน้นไปที่เรื่องของค่าความสว่างเพื่อการนำเสนองานในห้องประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับโปรเจคเตอร์แบบพกพาที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องออกไปประชุมนอกสถานที่ พักผ่อนกับครอบครัว หรือตั้งแคมป์ดูหนังตอนกลางคืน ก็ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างเต็มที่
2. รูปแบบการฉาย
Color Gamut ขอบเขตการแสดงสีของโปรเจคเตอร์หากยิ่งมีความกว้างเท่าไรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยในปัจจุบันมีรูปแบบการฉายภาพที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ด้วยกัน ได้แก่
- การฉายภาพแบบ LCD (Liquid Crystal Display) ให้ค่าความสว่างมาก เสียงใช้งานที่เงียบ และให้ภาพที่มีสีสันสวยงาม
- การฉายภาพแบบ DLP (Digital Light Processing) ให้ภาพการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลดูเป็นธรรมชาติ ค่า Contrast ที่ดี และขนาดเล็กง่ายต่อการพกพา
- การฉายภาพแบบ LCoS (Liquid Crystal on Silicon) ให้ค่าความคมชัดและสีดำที่ยอดเยี่ยม สีสันและความ Contrast ดีเยี่ยม ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ
3. ความละเอียดภาพ
ความละเอียดของภาพเป็นส่วนสำคัญของโปรเจคเตอร์ โดยปัจจุบันมีค่าความละเอียดเริ่มต้นตั้งแต่ Full HD, 4K ตลอดไปจนถึง 8K หากคุณต้องการโปรเจคเตอร์ที่ให้ภาพความคมชัดละเอียดทุกมุมมองก็ควรที่จะเลือกโปรเจคเตอร์ที่รองรับการฉายที่ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160 พิกเซล) หรือต้องการความคมชัดแบบชุดใหญ่ต้อง 8K (7,620 x 4,320 พิกเซล)
4. อัตราส่วนการฉาย
อัตราส่วนการฉาย (Throw Ratio) คือระยะห่างที่ต้องใช้ในการฉายระหว่างฉากรับกับโปรเจคเตอร์ โดยค่าอัตราส่วนการฉายในโปรเจคเตอร์แต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกัน หากต้องการรู้ว่าอัตราส่วนการฉายที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไร สามารถคำนวณได้ด้วยสูตร Throw Ratio = ระยะห่าง / ความกว้าง
5. ความสว่าง
ความสว่างของโปรเจคเตอร์จะวัดด้วยค่าลูเมน (Lumen) ยิ่งมีค่าลูเมนที่สูงจะยิ่งทำให้ภาพที่ปรากฏบนฉากมีความสว่าง สดใส และมีชีวิตชีวา ไม่ควรเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่สามารถทำความสว่างได้ต่ำกว่า 3,400 ลูเมน และหากอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงรบกวนเยอะ ควรเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่มีค่าความสว่างมากเพียงพอที่จะฉายสู้กับแสงเหล่านั้นได้
6. การปรับคีย์สโตน
หากผู้ใช้งานไม่ได้วางโปรเจคเตอร์ในระนาบที่ตรง ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ภาพที่ปรากฏออกมาบนจอมีความตรงไม่บิดเบี้ยว ในส่วนนี้เองสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการปรับคีย์สโตน โดยมี 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ โปรเจคเตอร์ปรับให้เองโดยอัตโนมัติ และผู้ใช้งานต้องเป็นคนปรับเอง ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของโปรเจคเตอร์อยู่บ่อยครั้ง การเลือกใช้โปรเจคเตอร์รุ่นที่สามารถปรับคีย์สโตนได้อัตโนมัติเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์
7. พอร์ตการเชื่อมต่อ
โปรเจคเตอร์มีรูปแบบการทำงานคล้ายกับทีวีและจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการแสดงผลเนื้อหาจากอุปกรณ์อื่นเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วจะมีพอร์ตการเชื่อมต่อผ่านสาย HDMI, VGA และ DVI แต่ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดก็ได้มีการคิดค้นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน AirPlay, Google Cast หรือ Miracast เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
