ไม่พูดถึงไม่ได้กับภาพยนตร์ที่มีกระแสแรงรับช่วงกลางปี 2023 อย่าง Barbie หนังที่จับเอาชื่อของตุ๊กตาที่มีกระแสนิยมและเป็นขวัญใจเด็กผู้หญิงทั่วโลกอย่าง “ตุ๊กตาบาร์บี้” มาทำเป็นหนังเสียดสีสังคมที่ฉาบไปด้วยแสงสีอันฉูดฉาดของสีชมพูดที่รายล้อมในฉากต่างๆ

เนื้อเรื่องว่า ณ เมืองแห่งหนึ่งที่เรียกว่า “Barbieland” เมืองที่มีแต่ความสดใสและสีชมพูน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ผู้หญิงทุกคนในเมืองต่างมีชื่อเรียกว่า “บาร์บี้” เป็นเมืองที่ผู้หญิงทุกคนต่างใช้ชีวิตสนุกสนานและมองโลกในแง่บวก รวมถึงจุดเด่นคือ ทุกคนเดินฝ่าเท้าไม่ติดดินเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง บาร์บี้ (รับบทโดย มาร์โก้ ร็อบบี้) กลับพบว่าตนเองเดินฝ่าเท้าติดดินและเริ่มมีขบวนการคิดที่แปลกแยกจากบาร์บี้คนอื่นๆ และเกิดการตั้งคำถามกับตัวตนของตนเอง จึงทำให้บาร์บี้ต้องเดินทางไปสู่ “Real World” หรือ โลกจริง เพื่อตามหาความจริงของชีวิต โดยมีเคน (รับบทโดย ไรอัน กอสลิ่ง) แฟนหนุ่มของบาร์บี้ ติดตามไปค้นหาความจริงพร้อมกับเธอ ในเรื่องจะมีเนื้อหาเป็นอย่างไร ต้องไปสัมผัสรับชมกันได้ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

แต่ถ้าพูดถึงความเสียดสีของหนังบาร์บี้ ตัวหนังประสบความสำเร็จในการหยิบยกประเด็นของโลกสมมุติที่ปกครองด้วยระบบมาตาธิปไตย (matriarchy) หรือโลกที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ ผ่านตุ๊กตาบาร์บี้ ณ บาร์บี้แลนด์ดินแดนที่ที่ผู้หญิงมีหน้ามีตาและชื่อเสียงทางสังคม เป็นผู้นำของสังคม แต่ในขณะเดียวกัน เหล่าตุ๊กตาเคน ที่เป็นดั่งตัวแทนของชายแท้ (masculinity) ก็เกิดขบวนการคิดและตั้งคำถามของการที่ตัวตนของพวกเขาทำไมจึงเป็นรองหรือเป็นเพียงเงาของเหล่าบาร์บี้ ทำไมพวกเขาถึงไม่มีคุณค่าสำคัญเท่าเทียมกัน จนเปิดเป็นเหตุวุ่นวายในท้ายเรื่อง

ซึ่งการเสียดสีในเรื่องนี้เป็นการใช้ “มุมมองกลับของโลกจริง” มานำเสนอแบบพลิกขั้ว ซึ่งในโลกปัจจุบันของเรานั้น ถูกหล่อหลอมด้วยระบบของ ปิตาธิปไตย (patriarchy) ที่เหล่าผู้ชายจะเป็นผู้นำและมีอำนาจในทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งผู้หญิงกว่าจะสามารถมีสิทธิมีเสียงเท่าผู้ชายก็ใช้เวลาและการต่อสู้มานานมาก นอกจากนี้ตัวหนังบาร์บี้ยังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งต่อการตั้งคำถามและเกิดการถกเถียงถึงเนื้อหาที่สะท้อนทางสังคม เป็นหนังที่มากกว่าหนังทั่วไป ไม่ควรพลาดและแนะนำให้ดูอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น