ในปัจจุบัน ความฝันของทุกๆคนคือการได้พักผ่อนคลายในที่พักอาศัยตัวเอง แต่หลายๆคนคงคิดว่ามันต้องใช้งบประมาณเยอะมากๆจริงๆแล้วในยุคนี้ การสร้างห้องดูหนังสักห้องสามารถจัดหาได้ตามงบที่เรามีกันได้เลย ในเมื่อได้ไอเดียการจัดแต่งและทำโรงหนังในบ้านแล้ว ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนของการทำห้อง เครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกจริต โดยวิธีการทำโรงหนังในบ้าน หรือห้องสำหรับดูหนัง ต้องประกอบไปด้วย 3 แนวคิดหลักๆ ได้แก่
ตำแหน่งของห้อง
• ต้องเป็นห้องที่ไม่มีผนังติดกับเพื่อนบ้าน เช่น บ้านประเภททาวน์โฮม หรือตึกแถว
• ผนังห้องต้องไม่ติดกับห้องที่ใช้สำหรับพักผ่อน หรือทำงานของสมาชิกในบ้าน
• ฝ้าเพดาน ผนัง จะต้องไม่มีรอยรั่วซึม
• หากบ้านมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย หรือน้ำท่วม ไม่ควรทำห้องดูหนังเอาไว้ในชั้นล่างหรือแม้แต่ชั้นใต้ดิน
ขนาดของห้อง
• การทำห้องดูหนังภายในบ้าน สิ่งสำคัญคือขนาด โดยขนาดที่เหมาะสมคือ กว้าง 15 x ยาว 20 x สูง 8 ฟุต เป็นอย่างต่ำ
• ขนาดและจำนวนของอุปกรณ์ควรคำนึงถึงปริมาณคนที่ใช้งาน เพราะนั่นหมายถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ด้วย
ประตูและหน้าต่างของห้อง
• ห้องดูหนัง หรือห้องสำหรับการติดตั้งโฮมเธียเตอร์ ไม่ควรเป็นห้องที่มีประตูหรือหน้าต่างมากเกินไป เนื่องจากต้องบุวัสดุกันเสียง
• ไม่ควรเลือกใช้ห้องที่มีหน้าต่าง หรือผนังที่เป็นกระจก
• ควรเลือกห้องที่มีแสงสาดส่องเข้ามาน้อยที่สุด
ทีนี้เมื่อเราได้ห้องที่ต้องการแล้วสิ่งที่เราจะต้องเลือกต่อนั่นคือปัจจัยสำคัญในการสร้างห้องดูหนัง

1.เครื่องเล่น (Media Player)
ปัจจุบันคนจะไม่ค่อยนิยมทีวีเหมือนเมื่อก่อนซึ่งเมื่อก่อนนั้นทีวี 75 นิ้วถึง 80 นิ้วถือว่าใหญ่มากและราคาแพงมากเช่นกัน ตามขนาดและความละเอียด ในปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่นิยมเล่นโปรเจคเตอร์มากกว่า เพราะว่าสามารถฉายได้ใหญ่กว่า โดยทั่วไปนั่น จะเริ่มต้นขนาดที่ 100 นิ้วขึ้นไปและราคาไม่ได้แพงมาก จึงเป็นที่ถูกใจสำหรับนักดูหนังมากกว่า และเอฟเฟคของโปรเจคเตอร์อย่างที่เป็นที่รู้กันนั้น สามารถถนอมสายตาผู้ดูหนังได้มากกว่าทีวี ปัจจุบันนั้นคนที่นิยมส่วนใหญ่จะเป็น 4K เป็นหลักมาให้เลือกมากมายตามท้องตลาดตามงบประมาณของแต่ละท่านแต่ข้อเสียของการติดตั้งโปรเจคเตอร์อาจจะต้องใช้พื้นที่ระยะกว่า 6 เมตร แต่เทคโนโลยีปัจจุบันนั้น แทบจะไม่ใช่ปัญหา เพราะมีทั้งแบบ Ultra Short-throw , Short-Throw เพื่อให้ความสะดวกมากขึ้น ส่วนเครื่องเล่นนั้น ทุกวันนี้มีอุปกรณ์เสริมให้หลากหลายกว่า เช่น google. chromecast และ Steaming หลายๆค่ายให้เราเลือกไม่ต้องต่อเครื่องเล่นเหมือนเมื่อก่อนให้ยุ่งยากอีกต่อไป แต่ก็ควรมีเครื่องเล่นบลูเรย์ติดไว้ด้วยนะคะ
2.จอรับภาพ
สำหรับห้องดูหนังผู้ที่ใช้โปรเจคเตอร์นั้น ส่วนใหญ่จอรับภาพ เรายก็จะยึดขนาดตามห้องงมากกว่า เพื่อความสวยงามและพอดี ไม่ใหญ่เกินและไม่เล็กเกินไป ส่วนใหญ่นั้นจะใช้ขนาดที่ 100-120 นิ้ว หากห้องสูงมากและใหญ่มากก็สามารถอัพได้ถึง 150 นิ้วกันเลย ส่วนใหญ่จอชนิดนี้จะเป็นแบบจอ Fixed frame ก็มีหลายเนื้อให้เลือกเช่น เนื้อ UHD130 หรือเนื้อต่างๆตามชื่อเรียกของแต่ละแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ออกแบบมาไว้เพื่อรองรับภาพ 4K โดย เนื้อ HD Gray สำหรับการเพิ่มคอนทราสต์ใ้ห้กับภาพนั้น เนื้อ Acoustic แบบมีรูด้านหลังสำหรับซ่อนลำโพงไว้ด้านหลัง หรือตามดีไซต์ที่ลูกค้าสะดวก และมีจอ Tabtension สำหรับผู้ที่ไม่ชอบจอ Fixed แบบตายตัวและราคาที่สูงกว่า ส่วนสำหรับท่านที่ชื่นชอบการดูทีวีอาจจะไม่ต้องกังวลกับเรื่องเหล่านี้ เพราะว่า ทีวีนั้นมีความสว่างในตัว สีสันและความคมชัดไม่แพ้กันและสามารถสู้แสงรบกวนได้ดีกว่า แต่ข้อเสียของทีวีก็ไม่เหมาะกับห้องที่มืดมากค่ะ เพราะจะทำให้ดวงตาของเราเมื่อยล้ามากกว่า เมื่อดูนานๆ
3.โซฟา
จริงๆแล้วห้องดูหนัง ควรจะเป็นโซฟาที่นุ่มสบาย สามารถเอนตัวนอนได้อย่างสบายตัว ถ้ามีงบมาก อาจจะเลือกใช้โซฟาเบด เพราะสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงปรับเป็นเตียงนอนดูหนังชิล ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ และตกแต่งด้วยโต๊ะสำหรับวางขนมเครื่องดื่มด้วยนะ

4.ชุดเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์
สำหรับห้องดูหนังนั้นสิ่งที่สำคัญมากๆที่สุดพอๆกับเครื่องฉายนั้น ก็คือโฮมเธียเตอร์นั่นเอง ไม่มีใครหรอกที่ดูหนังที่ไม่มีเสียง การเลือกซื้ออุปกรณ์ของโฮมเธียเตอร์ มักลังเลว่าควรใช้เครื่องเสียงแบบไหน ระหว่างชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์อย่างเดียว กับชุดลำโพงแบบ Sound Bar มี 2 แบบหลักๆให้เลือก ถ้าไม่นับสำหรับชุดลำโพงเธียเตอร์ที่ออกแบบโดย interior design ที่ฝังลำโพงและ calibrate เสียงเอาไว้แล้ว ก็จะมี 2 แบบหลักๆเลย สำหรับผู้ที่เริ่มต้นหรือ ตกแต่งห้องดูหนังเอง ซึ่งลำโพงแต่ละชนิดแต่ละขนาดจะให้เสียงที่แตกต่างกันออกไป ความดัง มิติเสียง เสียงทุ่ม เสียงแหลม เป็นต้น
- ชุดลำโพงแบบโฮมเธียเตอร์ จะเป็นชุดที่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความกว้าง เป็นชุดอุปกรณ์และลำโพงได้แบบเต็มสตรีม มีระยะห่างระหว่างที่นั่งและจอประมาณหนึ่ง ทั้งยังสามารถจัดวางตำแหน่งของลำโพงได้ตามที่เราชอบหรือตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น ลำโพง Center, ลำโพงรอบทิศ Surround, ลำโพงวางหิ้ง Bookshelf หรือแม้แต่ลำโพงตั้งพื้น Floorstand โดยที่ไม่ทำให้ห้องรกหรือเกะกะเกินไป แต่ได้เสียงที่ดีและมีมิติซ้าย-ขวาที่ชัดเจน ระบบเครื่องเสียงที่นิยมคือ “ลำโพง 5 ตัว” หรือที่เรียกกันว่า “ลำโพง 5.1” แต่หากบ้านไหนที่มีห้องกว้างมาก ๆ ก็อาจจะใช้ระบบ Home Theater 7.1
- ชุด Sound Bar เป็นชุดเครื่องเสียงชนิดหนึ่งที่สะดวกง่ายมากแค่วางไว้หน้าทีวี หรือติดตั้งแขวนไว้ตรงผนังก้ได้ ซึ่งติดตั้งไม่ยากมีความสะดวก สามารถต่อกับบูลทูธได้เลย ข้อเสียก็คือ คุณภาพเสียงแาจจะสู้ตัวโฮมเธียเตอร์ไม่ได้เพราะมีการแยกลำโพงออกมาที่ชัดเจน จึงเหมาะกับห้องที่ขนาดเล็กเช่น คอนโดมิเนี่ยม เป็นต้น หากอยากได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นก็สามารถหาซื้อลำโพงซับวูฟเฟอร์แยกออกมาได้ค่ะ
5.อุปกรณ์เสริม
ทางร้านเรานั้นจำหน่ายไม่ว่าจะเรื่องภาพและเสียง ยังจัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับความบันเทิงในบ้านด้วยนะคะ สิ่งที่เพิ่มอรรถรสในการดูหนังพวกไฟ Ambient Light หรือก็คือไฟเส้นหลัง Smart TV ซึ่งตัวแสงจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามจอภาพ พร้อม ๆ กับการสะท้อนแสงไปยังผนัง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ทำให้ห้องดูหนังดูสวยงาม มีมิติ ทั้งยังช่วยถนอมสายตาได้ดี
และนี่คือทริคเล็กๆน้อยๆสำหรับผู้ที่อยากทำห้องดูหนังเอง หรือจะจ้างออกแบบตกแต่งก็ดี หวังว่าบทความนี้ จะช่วยเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับผู้ที่อยากมีห้องดูหนังแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ลูกค้าสามารถโทรเข้ามาสอบถามหรือ Walk in มาที่หน้าร้านได้เลยนะคะ ทางร้านเรายินดีให้คำปรึกษาพร้อมให้คำแนะนำต่างๆเรื่องภาพและเสียง สามารถจัดตามงบประมาณของลูกค้าได้เสมอคะอยากมีห้องดูหนังซักห้องไม่ต้องจ่ายแพงเสมอไปค่ะ
เรียบเรียงโดย Boat 108
Cr: homeguru.homepro.co.th
