ณ เวลานี้สงครามสตรีมมิ่งนั้นถือว่ากำลังดุเดือดเป็นอย่างมากในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าพ่อยักษ์ใหญ่อย่างดิสนีย์นั้น ได้ส่ง “Disney+ HotStar” ลงมาตีตลาดสตรีมมิ่งในประเทศไทย โดยเอาคอนเทนส์มากมายมาเอาใจขาหนังและซีรีย์ และที่สุดยิ่งกว่านั้น ด้วยค่าบริการรายเดือนแบบทำเอาทุกคนตะลึงด้วยค่าบริการรายปีเพียง 790 เพียงเท่านั้น! ใช่ ท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ เพียง 790 ต่อปีเพียงเท่านั้น และยิ่งกว่านั้น หากท่านเป็นลูกค้า AIS ท่านจะสามารถสมัครแพคเกจได้ในราคาเพียง 35 บาท/เดือน ตกปีละ 420 บาทเท่านั้นเอง

Disney+ และ Disney+ Hotstar มันไม่ใช่อันเดียวกันหรือ?
หลายคนคงจะเกิดข้อสงสัยในหัวว่า อ้าว!!! แล้ว Disney+ กับ Disney+ Hotstar มันไม่ใช่อันเดียวกันเหรอ แล้วมันแตกต่างกันยังไง?
สำหรับ Disney+ Hotstar เป็นบริการวีดีโอสตรีมมิ่ง ที่ควบรวมผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง 2 รายใหญ่เข้าด้วยกัน โดยในปี 2562 Disney ได้มีการเข้าซื้อกิจการ 21st Century Fox ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Hotstar ที่ให้บริการสตรีมมิ่งในอินเดียและเกิดการรวมตัวกันเป็น Disney+ Hotstar เพื่อให้บริการในภูมิภาคอื่นๆ

โดยสรุปข้อแตกต่างระหว่าง Disney+ กับ Disney+ HotStar ดังนี้
1.ให้เราเข้าใจไว้เลยว่าทั้ง 2 แอพนั้น ไม่ใช่ตัวเดียวกัน และไม่สามารถใช้บัญชีร่วมกันได้
2.HotStar ต้องใช้เบอร์ในการสมัครบัญชีนั้นๆ และไม่สามารถมุด VPN ไปดูที่ต่างประเทศได้ แต่ Disney+ จะสามารถทำได้
3.HotStar จะไม่มีโปรไฟล์ใน Account นั้นๆ และสามารถดูได้พร้อมกันเพียง 2 เครื่อง แต่ทางฝั่ง Disney+ จะมีโปรไฟล์ย่อยใน Account และดูพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์
4.HotStar จะมีคอนเนต์ของทางฝั่งประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ทั้ง GDH559 สหมงคลฟิล์ม กันตนา กรุ๊ป และ One31 ขนภาพยนตร์และซีรีส์มาไว้ในแพลตฟอร์มเพียบ
อุปกรณ์ที่รองรับ Disney+ HotStar นั้นมีดังนี้

- Android 4.4.4 ขึ้นไป
- iOS 10 ขึ้นไป
- iPad 10 ขึ้นไป
- Mobile Web
ถ้าดูผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ Browsers โดย Browsers ที่รองรับมีดังนี้
- Google Chrome เวอร์ชั่น 75.x ขึ้นไป
- Mozilla Firefox เวอร์ชั่น 70.x ขึ้นไป
- Microsoft Edge เวอร์ชั่น 79 ขึ้นไป
- Safari version เวอร์ชั่น 11 ขึ้นไป
TV
- Android TV ในเวอร์ชั่น OS 7.0 ขึ้นไป
- Chromecast Gen 2 ขึ้นไป, Firmware 1.43 ขึ้นไป และ TV ที่มี Chromecast ในตัว

ระบบปฏิบัติการ Tizen / Roku TV รุ่นที่รองรับ
สมาร์ททีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen (Samsung) หรือ Roku TV ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) ขึ้นไปนั้น ก็สามารถเพิ่มบริการ Disney+ Hotstar บนสมาร์ททีวีได้โดยการไปที่ “เมนู Add Channel” แล้วเลือกที่ “Disney+” จากนั้นกด “ปุ่ม Add Channel” และล็อกอินก็จะสามารถใช้งาน Disney+ ได้แล้ว

ระบบปฏิบัติการ TV OS รุ่นที่รองรับ
- Apple TV HD (วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2015 หรือ พ.ศ. 2558) ขึ้นไป
- Apple TV 4K (วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2017 หรือ พ.ศ. 2560) ขึ้นไป

Disney+ Hotstar มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
อย่างที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่า Disney+ HotStar นั้นจะมีความต่างจากแบบ Disney+ ปกติ พอสมควร ผมขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจแบบหลักๆ คือ Disney+ HotStar มีหนังมากกว่า 700 เรื่อง 14,000 ตอน และยังมีหนังฟอร์มยักษ์อีกหลากหลาย ทั้งของ Disney, Disney+ Originals, Marvel, Star Wars, Pixar, National Geographic, FX, 21st Century Fox รวมถึงหนังและซีรีย์ของไทยอีกมากมาย
- ดูหนังได้ต่อเนื่องแบบไม่มีโฆษณามาคั่นให้รำคาญหัวใจ
- สามารถรับชมบนอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือ TV ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง
- โหลดมาเก็บไว้ในมือถือ หรือแท็บเล็ตได้ สำหรับบางคอนเทนต์
- เสียงพากย์ไทย (เฉพาะบางเรื่อง) และ sub ภาษาไทยทุกเรื่องบน Disney+ HotStar
- รองรับความละเอียด 4K กับระบบ Dolby Vision, Dolby Audio และแสดงผลแบบ HDR10 พร้อมระบบเสียง 5.1
ถือว่าเป็นอีกสตรีมมิ่งนึงเลยที่กระแสมาแรงมากในช่วงนี้ ทั้งที่ยังไม่ทันเปิดให้ใช้บริการในไทย และถ้าหากต้องการดู Disney+ HotStar ให้สนุกและได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น เราก็ต้องเลือกจอทีวีหรือเครื่องโปรเจคเตอร์ที่ดีและรองรับ 4K เพื่อเพิ่มความสมจริง และถ้าหากต้องการซื้อเครื่องฉายโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนัง อย่าลืมนึกถึงเราทีมงานโปรเจคเตอร์ 108 เรายินดีให้บริการแก่คุณลูกค้าทุกท่าน โดยสามารถติดต่อเราได้ที่ เบอร์โทร 081-3991993 หรือ Line : 0813991993
By Anuchit Waraput (Balloon) Projector 108
