
ใครก็ตามที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์แบบ 4K UHD ด้วยราคาของเครื่องที่ค่อนข้างสูง คงต้องกลุ้มใจกันเล็กน้อยว่าจะเลือกที่รองรับระบบ HDR (High Dynamic Range) แบบไหน แต่ไม่ว่าคุณจะต้องการแบบไหนหรือต้องการมันหรือไม่ แต่ถ้าคุณจะซื้อเครื่องฉายโปรเจคเตอร์แบบ 4K แล้ว ผมขอแนะนำเลยว่า คุณจะต้องหารุ่นที่รองรับไว้เพื่ออนาคตแล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน
สิ่งแรกที่จะต้องดูในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์แบบ 4K ก็คือ คุณจะต้องเลือก HDR ว่าต้องการ HDR แบบไหน ต้องการ HDR10 หรือ Dolby Vision หรือแบบมีทั้งคู่ แต่ถ้าให้ดีควรเลือกแบบรองรับทั้ง 2 ระบบเลยดีกว่า แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องเลือก ผมขอแนะนำควรเลือกตัวที่รองรับ Dolby Vision ก่อนจะดีกว่า เนื่องด้วยจากที่ผมลองเปรียบเทียบคุณภาพของภาพมาแล้วหลายภาพ และแม้แต่คำแนะนำของทางต่างประเทศก็บอกว่า Dolby Vision นั่นให้ภาพที่สวยและสีที่กว้างกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงสรุปในเบื้องต้นได้เลยว่า Dolby Vision ให้ภาพที่ดีกว่ามาก ทั้งในส่วนของสีสันที่สมจริงยิ่งกว่า รายละเอียดบนพื้นที่สว่างและมืดของแต่ละฉากที่ดีกว่า แถมค่าคอนทราสต์ก็ยังดีกว่าด้วย
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า HDR10 นั้นจะไม่ดีเลย อีกทั้งโปรเจคเตอร์ที่รองรับ Dolby Vision ส่วนมากก็จะรองรับ HDR10 ด้วย และแน่นอน HDR10 นั้นยอมให้ภาพที่ดีกว่า (SDR) อย่างเห็นได้ชัด
Dolby Vision เป็น
HDR ที่ดีที่สุดในปัจจุบันจริงหรือ?
Dolby Vision ทำงานโดยให้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ของคุณสตรีมข้อมูลอ้างอิงมาเก็บไว้เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
ทำให้โปรเจคเตอร์สามารถแสดงผลในแต่ละฉากออกมาได้ดีที่สุด
ในบางครั้งการควบคุมดังกล่าวจะปรับปรุงคุณภาพกันอย่างละเอียด โดยจะลงลึกไปจนถึงระดับเฟรมของภาพกันเลยทีเดียว นั่นจึง เป็นผลให้ Dolby Vision ให้ภาพที่ดีกว่า HDR10 ไม่ว่าจะเป็นในฉากกลางวัน ฉากกลางคืนรวมถึงฉากอื่นๆด้วย

Dolby Vision จะเปิดรองรับความละเอียดของสีสันได้ถึงระดับ 12 บิต ซึ่งเหนือกว่า HDR10 และ HDR10+ ที่ให้ความละเอียดของสีสันได้สูงสุดเพียงแค่ 10 บิตเท่านั้นเอง
แต่ในขณะนี้โปรเจคเตอร์ทั่วไปที่วางขายนั้นยังไม่รองรับสีสันถึงระดับ 12 บิต โดยทาง Dolby ยืนยันว่า Dolby Vision สามารถลดระดับการทำงานลงมาให้อยู่ในระดับ 10 บิตได้ แต่ก็ยังคงให้ความถูกต้องและคุณภาพของสีที่ดีกว่าได้
ภาพทางด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นถึงคุณภาพของภาพผ่านทางช่อง HDMI ด้วยมาตรฐาน lefr (Licensing Administrator’s comparison of standard dynamic range) โดยภาพตรงกลางเป็น HDR แบบที่ใช้ข้อมูลในการเปรียบเทียบแบบคงตัว (HDR10) และภาพทางด้านขวาเป็น HDR แบบที่ใช้ข้อมูลการเปรียบเทียบแบบปรับเปลี่ยนตลอดเวลา (Dolby Vision และ HDR10+)
ลำพังเพียงแค่ Dolby Vision ไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นมาได้ หากแต่ Dolby Labs ได้ทำงานร่วมกับบรรดาผู้ผลิตที่เลือกใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งทำให้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ทีวี แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เลือกใช้เทคโนโลยีนี้ สามารถถ่ายทอดประสิทธิภาพในการทำงานออกมาได้อย่างดีที่สุด
โปรเจคเตอร์ที่รองรับ HDR จะให้ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของภาพแบบ
HDR ได้เสมอไปหรือไม่?
ไม่ใช่ว่าโปรเจคเตอร์ทุกเครื่องจะมีความสามารถในการประมวลผล HDR
นอกเหนือไปจากข้อมูล metadata ที่มันได้รับมา
ตัวโปรเจคเตอร์นั้นจำเป็นต้องมีกระบวนการจัดการสีสันและคอนทราสต์เพื่อแสดงผลในแบบ HDR
ได้อย่างถูกต้องด้วย
ไม่เพียงแค่รับสัญญาณมาแล้วแสดงบนจอภาพเพียงแค่เท่านั้น



HDR10+ จะมาต่อกรกับ Dolby Vision ได้ไหม?
ตอนนี้ HDR10+ ดูเหมือนจะเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนที่ HDR10 และได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Dolby Vision เพราะใช้เมตาดาต้าแบบไดนามิกเหมือนกันทั้งยังผลิตผลมาจาก 20th Century Fox, Panasonic และ Samsung

ขณะที่จุดเด่นของ HDR10+ คือการเปิดให้ใช้ฟรีและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แต่ตอนนี้ Dolby นั้นออกนำไปแล้วหลายช่วงตัว อีกทั้งชื่อของ Dolby ยังเป็นที่รู้จักแพร่หลายโดยทุนเดิมอยู่แล้ว แถมยังได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากทางดอลบี้ ซึ่งนั่นทำให้น่าไว้วางใจกว่าทาง HDR10+ ซึ่งการพัฒนานั้นขึ้นตรงอยู่กับกลุ่มนักพัฒนาเพียงทางเดียว มองแล้วจึงไม่ง่ายนักที่ HDR10+ จะหลายเป็นคู่แข่งที่หรือครองใจผู้บริโภคได้ในเวลาอันใกล้นี้
อย่างไรก็ตาม Dolby จะเรียกเก็บเงินจากผู้สร้างหนัง ไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องมือในการผลิตและผู้ผลิตจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Dolby Vision ก็ต้องช่วยจ่ายต้นทุนแฝงในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน
แต่นั่นก็ไม่สามารถช่วยให้ HDR10+ กลับมาอยู่ในกระแสได้
ถึงเวลาที่เหมาะสมในการซื้อโปรเจคเตอร์ที่รองรับ
HDR
แล้วหรือยัง?
สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ดูเหมือนว่า Dolby Vision น่าจะเป็นภาพลักษณ์ของโปรเจคเตอร์ระดับพรีเมี่ยม
จากเดิมที่เมื่อปีก่อนมันยังมีสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง แต่มาในปีนี้โปรเจคเตอร์สำหรับดูหนังจำนวนมากในตลาดที่รองรับ
Dolby Vision
อีกทั้ง Hollywood ยังตอบรับที่จะผลิตงานที่เข้ารหัสสัญญาณแบบ Dolby Vision ด้วย ไหนจะเป็นเรื่องของคุณค่าในตัวของ Dolby Vision เองที่ทำให้บรรดาผู้ผลิตโปรเจคเตอร์ยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้โปรเจคเตอร์ของตัวเองรองรับ Dolby Vision ด้วย
ขณะที่ HDR10+ ที่ว่ากันว่าเปิดให้ใช้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ก็ยังคงสร้างความน่าสนใจและอาจจะเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายได้ภายในเวลาอันใกล้เช่นกัน แถมยังไม่ใช่เรื่องยากที่ Hollywood หรือผู้ผลิต TV จะให้การสนับสนุน นอกจากนั้นระบบนี้ยังมีข้อดีที่ตัว metadata มีขนาดค่อนข้างเล็ก

ถ้าว่ากันเฉพาะในเวลานี้ Dolby Vision นั้นโดดเด่นกว่ามาก แต่ในอนาคตใครจะรู้ได้ล่ะ เกมอาจพลิกได้เสมอ ขอให้จับตามองกันอย่างใกล้ชิดว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน และนั่นก็ถือเป็นส่วนดีของผู้บริโภคแบบเราๆ ที่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในการแข่งขันนี้
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูล HDR ถือว่าเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจซื้อเครื่องฉายโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนังได้อย่างดี ช่วงนี้เชื่อว่าหลายๆท่านคงต้องทำงานแบบ WFH และถ้าใครเบื่อๆ และอยากได้เครื่องโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนังเราทีมงานโปรเจคเตอร์ 108 ยินดีให้บริการทุกท่านนะครับ ยังไงก็ดูแลตัวเองกันดีๆนะครับช่วงนี้
Credit : www.avtechguide.com
