เมื่อมีสัญญาณไฟกระพริบ – สีส้มและข้อความแจ้งเตือนให้เปลี่ยนหลอดภาพบนหน้าจอ ควรเปลี่ยนหลอดภาพทันที โดยถ้าหากยังใช้งานอยู่หลังจากขึ้นข้อความเตือนแล้ว จะมีโอกาสที่ทําให้หลอดภาพขาดหรือระเบิดอันเนื่องจากใช้งานหลอดภาพเกินอายุ ก่อนมีข้อความแจ้งเตือนให้เปลี่ยนหลอดภาพ อาการของหลอดภาพอาจจะมืดหรือหยุดการทํางานลง ดังนั้นควรจะมีหลอดภาพสํารองไว้เพื่อเตรียมเปลี่ยนสามารถติดต่อสั่งซื้อหลอดภาพได้จากตัวแทนจําหน่ายที่ท่านซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์
หากท่านทําการเปลี่ยนหลอดภาพ หลังจากที่ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ไม่สามารถฉายภาพได้แล้วนั้น (หลอดภาพดับ) ควรระวังเพราะมีโอกาสที่หลอดภาพจะแตก โดยเฉพาะกรณีที่แขวนเครื่องโปรเจคเตอร์บนเพดานต้องระมัดระวังขณะที่นําหลอดภาพออก ก่อนจะทําการเปลี่ยนหลอดภาพใหม่ให้ปิดเครื่องโปรเจคเตอร์ก่อนและรออย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้อุณหภูมิของเครื่องลดลง
ขั้นตอนการเปลี่ยนหลอดภาพโปรเจคเตอร์

1. ปิดเครื่องโปรเจคเตอร์ รอจนกระทั่งสิ้นสุดเวลา Cool-down โดยให้สังเกตจากเสียงสัญญาณที่ดังจากตัวเครื่อง (ประมาณ 4 วินาที) จากนั้นถอดปลั๊กไฟออกจากตัวเครื่อง จากนั้นรอให้ความร้อนตัวของตัวเครื่องและหลอดไฟลดลง (ประมาณ 1 ชม.)

2. เปิดฝาครอบหลอดภาพบนตัวเครื่องโปรเจคเตอร์

3. ขันน็อต 2 ตัวที่ล็อคหลอดภาพออก

4. นําหลอดภาพเก่าออกมาจากเครื่องโปรเจคเตอร์ (ระวังกรณีที่หลอดภาพแตกเพราะอาจมีเศษแก้วหล่นอยู่)

5. ติดตั้งหลอดภาพใหม่ ลงในช่องใส่หลอดภาพโปรเจคเตอร์และขันน็อตให้แน่น
6. ปิดฝาครอบลง เสร็จสิ้นการติดตั้งหลอดภาพโปรเจคเตอร์
ข้อควรระวัง ติดตั้งหลอดภาพด้วยความระมัดระวัง ถ้าหากฝาครอบช่องใส่หลอดภาพปิดไม่สนิท หรือติดตั้งหลอดภาพไม่ถูกต้องเครื่องโปรเจคเตอร์จะไม่ทํางาน ภายหลังจากการเปลี่ยนหลอดภาพแล้ว ต้องทําการลบค่า อายุการใช้งานหลอดภาพในเมนูการตั้งค่าของโปรเจคเตอร์
