ในช่วงที่ผ่านมา LED projectors และ laser projectors เริ่มเป็นที่รู้จักและมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดภาพเป็นแหล่งกำเนิดแสง (lamp-based projector) ในบางกลุ่มโดยเฉพาะรุ่นที่มีความสว่างสูงก็มีจำนวนผู้ใช้งานลดลงพอสมควร
ถึงแม้ว่า LED & laser Projectors จะมีส่งผลดีกับตัวผู้ในระยะยาวทั้งเรื่องของอายุการใช้งาน การบำรุงรักษาต่างๆ ที่สะดวกและง่ายกว่าโปรเจคเตอร์แบบที่ใช้หลอดภาพ เพราะ LED & laser projectors จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการป้องกันฝุ่นที่ดีเยี่ยมซึ่งจะช่วยทำให้ความสกปรกและการเสื่อมสภาพของตัวเครื่องลดลง แต่ LED & laser projectors ก็ยังมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์แบบที่ใช้หลอดภาพในสเปคระดับเดียวกัน
Lamp Projection เครื่องโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดภาพเป็นแหล่งกำเนิดแสงมีมาแต่แรก และก็ยังได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนมีอายุของหลอดภาพที่มากขึ้น หลังจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาเครื่องโปรเจคเตอร์แบบ Dual-Lamp ที่ให้ความสว่างสูงมากยิ่งขึ้นซึ่งก็หมายถึงค่าบำรุงรักษาและค่าเปลี่ยนอะไหล่ที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ในปัจจุบันนี้หลอดภาพที่ใช้กับโปรเจคเตอร์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 – 5,000 ชั่วโมง และสูงได้ถึง 10,000 ชั่วโมงเมื่อใช้งานในโหมดประหยัด

LED Projection เครื่องโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดภาพแบบ LED เป็นแหล่งกำเนิดแสงเริ่มถูกพัฒนาขึ้นในช่วงหลัง แต่ก็ยังมีค่าความสว่างที่ไม่สูงมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 200 – 500 ลูเมน และสูงสุดยังได้แค่ประมาณ 1,000 ลูเมน แต่มีข้อดีตรงที่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง และสามารถทำได้สูงสุดถึง 30,000 ชั่วโมง
ในปี 2007 ฮิตาชิเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวโปรเจคเตอร์ LED / hybrid LED ขนาด 3,500 ลูเมน ซึ่งเปิดตลาดให้กับผู้ผลิตอีกอีกหลายราย เช่น Optoma, Panasonic, Epson และ Casio ได้เปิดตัวตามมา

Laser Projection
Laser projectors ลักษณะคล้ายกับ LED projector มีอายุการใช้งาน 20,000 ชั่วโมง เหมือนกันแต่เปลี่ยนแหล่งกำเนิดแสงจากหลอดภาพเป็นชุดแผงเลเซอร์ มีการแสดงผลของภาพที่สีสวย สด สีคมชัด มีระบบการระบายความร้อน และระบบกันฝุ่นที่ดีทำให้ไม่ต้องการการบำรุงรักษามาก แต่ทำได้ดีกว่า LED ตรงที่สามารถทำความสว่างได้สูงมาก ซึ่งทำได้สูงสุดถึง 30,000 ลูเมน ซึ่งคุณภาพที่สูงแบบนี้ก็ย่อมมาพร้อมกับราคาที่สูงพอสมควร

เราควรเลือกใช้โปรเจคเตอร์แบบไหน
ถ้าถามว่าแล้วเราควรเลือกใช้โปรเจคเตอร์แบบไหน ก็ต้องมาดูถึงลักษณะการใช้งานของเรา ถ้าเราใช้งานเครื่องโปรเจคเตอร์ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ ใช้งานทุกวัน วันละ 1 – 2 ชั่วโมง เช่น ออฟฟิศที่ไม่ค่อยมีประชุมบ่อย โบสถ์ วัด หรือแม้กระทั่งการดูหนังในบ้าน ควรเลือกใช้งานแบบหลอดภาพ เพราะราคาถูกและมีอายุการใช้งานไม่มากตามการใช้งานของเรา ถ้าเรามีการเปิดใช้งานเครื่องโปรเจคเตอร์เป็นประจำเปิดทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ก็ควรจะเลือกใช้งานแบบ LED
ถ้าเรามีการเปิดใช้งานเครื่องโปรเจคเตอร์เป็นประจำเปิดทุกวัน และต้องการแบบที่ความสว่างสูงเช่น โรงแรมขนาดใหญ่ พิพิธภัณฑ์ อาร์ตแกลลอรี่ ก็ควรจะเลือกใช้งานแบบเลเซอร์ แต่ก็ต้องยอมรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วย
สนใจสินค้าสามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Projector108
บริษัท โปรเจคเตอร์108 จำกัด
เลขที่ 7 อาคารฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 4 ห้อง 4E74 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
โทร 02-642-0433-4,086-318-2576
http://www.projector108shop.com
Content feed by : [email protected]
Credit : https://www.projectorcentral.com/Lamp-vs-LED-vs-Laser.htm
